ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน ประวัตินักแสดง Peach and Me ที่โตมากับหน้าจอ
ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน กลับมาเป็นชื่อที่คนค้นหาอีกครั้งจาก มีสติแล้วลูกพีช Peach and Me ซีรีส์ที่ต่อยอดจาก Me and Thee และพาคู่ปอนด์ภูวินทร์กลับมาเจอกับคนดู ภูวินทร์ไม่ใช่นักแสดงที่เพิ่งเป็นที่รู้จัก เขาอยู่หน้าจอมาตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงหลังคนสนใจเขามากขึ้นทั้งงานแสดง งานเพลง การเรียน และภาพของนักแสดงรุ่นใหม่ที่ค่อย ๆ โตขึ้นต่อหน้าคนดู
ประวัติ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน
ภูวินทร์เกิดวันที่ 5 กรกฎาคม 2003 ชื่อจริงคือ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน ส่วนสูงประมาณ 180 เซนติเมตร อยู่ในสังกัด GMMTV และ RISER MUSIC เขาจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร หลักสูตรนานาชาติ คำค้นที่คนใช้บ่อยมีทั้ง อายุ, ส่วนสูง, IG, ผลงานเพลง และ Phuwin Tangsakyuen songs ส่วน Instagram ของเขาคือ @phuwintang
เด็กที่โตมากับวงการ
ภูวินทร์เริ่มทำงานแสดงตั้งแต่อายุยังน้อย ผ่านงานโฆษณาและซีรีส์หลายเรื่อง ก่อนจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นจาก The Gifted: Graduation, Fish Upon the Sky, Never Let Me Go, We Are และ Me and Thee ความน่าสนใจคือคนดูเห็นพัฒนาการของเขามาทีละช่วง ตั้งแต่บทวัยรุ่น ไปจนถึงบทที่ต้องใช้ความนิ่งและความเข้าใจตัวละครมากกว่าเดิม
ใน Peach and Me ภูวินทร์กลับมารับบทพีช ตัวละครที่แฟน ๆ คุ้นจาก Me and Thee ความยากของการกลับมาเล่นบทเดิมคือการทำให้คนดูรู้สึกว่าพีชยังเป็นคนเดิม แต่ไม่ย่ำอยู่กับที่ เขาต้องรับมือทั้งจังหวะคอมเมดี้ของเรื่องและความสัมพันธ์กับคุณธีร์ที่เดินมาถึงอีกช่วงหนึ่ง บทนี้จึงเหมาะกับภูวินทร์ในวันที่มีประสบการณ์มากขึ้น
งานเพลงและภาพของศิลปิน
ภูวินทร์มีงานเพลงที่แฟน ๆ ตามฟังหลายเพลง ทั้งเพลงเดี่ยวและเพลงประกอบซีรีส์ เช่น To You, เพลงจาก We Are และเพลงจาก Me and Thee ช่วง Peach and Me ก็มีเพลงประกอบที่ทำร่วมกับปอนด์ ทำให้คนที่ชอบเสียงของเขามีงานใหม่ให้ตามต่อ ภาพของภูวินทร์จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่งานแสดง แต่มีฝั่งเพลงที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
ทำไมภูวินทร์ยังถูกค้นหา
เหตุผลหนึ่งคือภูวินทร์มีผลงานต่อเนื่องและมีฐานคนดูที่เติบโตไปพร้อมเขา คนที่เริ่มตามจาก Fish Upon the Sky อาจตามมาถึง Never Let Me Go และ We Are ส่วนแฟนใหม่อาจเริ่มจาก Me and Thee หรือ Peach and Me แล้วค่อยย้อนกลับไปดูงานเก่า คำค้นอย่าง ประวัติของเขา หรือ Phuwin Tangsakyuen ig จึงกลับมาทุกครั้งที่มีงานใหม่
อีกอย่างที่ทำให้ชื่อของเขายังอยู่ในหน้าฟีดคือการทำงานหลายด้านพร้อมกัน ภูวินทร์มีซีรีส์ที่ออกอากาศ มีเพลงที่แฟน ๆ เปิดฟัง และมีอีเวนต์ที่คนตามภาพจากหน้างานอยู่เรื่อย ๆ สำหรับคนที่ชอบสาย นักร้อง/วงดนตรี การตามงานเพลงของเขาควบคู่กับงานแสดงจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าเขาไม่ได้เดินอยู่ทางเดียว
จุดที่ทำให้เขายังมีคนตามต่อคือวิธีเลือกงานที่ไม่กระโดดไปมาแบบไร้ทิศทาง งานซีรีส์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในพื้นที่ที่คนดูวัยรุ่นเข้าถึงง่าย แต่แต่ละเรื่องก็ให้รสต่างกันพอสมควร Fish Upon the Sky ทำให้คนจำภาพคู่กับปอนด์ได้ Never Let Me Go เพิ่มน้ำหนักทางดราม่า We Are พากลับไปหาโทนอบอุ่นกว่าเดิม ส่วน Me and Thee กับ Peach and Me เปิดพื้นที่ให้เขาเล่นจังหวะเบาและคอมเมดี้มากขึ้น
ด้านงานเพลงก็ช่วยให้ภาพของเขาชัดขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ดูซีรีส์ทุกเรื่อง แต่อาจได้ยินเพลงประกอบผ่านคลิปสั้นหรือเวทีแฟนมีต เสียงของภูวินทร์มีโทนนุ่ม ฟังง่าย และเหมาะกับเพลงที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์แบบตรงไปตรงมา พอมีเพลงออกคู่กับปอนด์หรือเพลงเดี่ยวของตัวเอง แฟน ๆ จึงมีช่องทางตามงานนอกเหนือจากการรอซีรีส์เรื่องใหม่
สิ่งที่ทำให้เขาต่างจากนักแสดงวัยเดียวกันหลายคนคือประสบการณ์ที่สะสมมานาน เขาเคยอยู่ในโปรเจกต์ที่ต้องเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน และเคยอยู่ในงานที่ต้องรับอารมณ์หนักกว่านั้น พอถึงช่วง Peach and Me คนดูจึงไม่ได้เห็นแค่ความน่ารักของตัวละคร แต่เห็นนักแสดงที่เข้าใจจังหวะกล้องมากขึ้น รู้ว่าซีนไหนควรปล่อยเบา ซีนไหนควรนิ่ง และซีนไหนควรให้ความรู้สึกเดินนำคำพูด
อีกส่วนที่ทำให้คนตามต่อคือภาพชีวิตนอกจอ เขาไม่ได้ลงคอนเทนต์ถี่จนดูเยอะเกินไป แต่ทุกครั้งที่มีงานใหม่หรือมีภาพจากเบื้องหลัง แฟน ๆ มักเอาไปพูดต่อในโซเชียลได้ง่าย ทั้งเรื่องการเรียนจบ งานเพลง งานแฟนมีต และโมเมนต์กับเพื่อนนักแสดงในค่ายเดียวกัน กระแสแบบนี้ทำให้ชื่อของเขายังกลับมาอยู่ในการค้นหาเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงที่ซีรีส์ออกอากาศหรือมีเพลงใหม่ปล่อยออกมา
ถ้ามองจากเส้นทางของเขา ช่วงที่น่าตามคือช่วงหลังเรียนจบ เพราะตารางงานเริ่มชัดขึ้น ทั้งซีรีส์ เพลง งานอีเวนต์ และคอนเทนต์กับเพื่อนร่วมค่าย คนดูจึงเห็นเขาในหลายบรรยากาศมากกว่าเดิม บางวันเป็นนักแสดงในกองถ่าย บางวันเป็นศิลปินบนเวที และบางวันก็เป็นคนธรรมดาที่ลงรูปง่าย ๆ ใน IG แบบไม่ต้องจัดฉากเยอะ
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มรู้จัก แนะนำให้ดูวิธีพูด วิธีรับส่งอารมณ์ และการเลือกจังหวะในฉากคู่มากกว่าดูแค่กระแสชื่อคู่ เพราะจุดนั้นทำให้เห็นพัฒนาการจริง ๆ จากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง เขาไม่ได้เปลี่ยนภาพตัวเองแบบฉับพลัน แต่ค่อย ๆ ขยับจากเด็กนักแสดงไปเป็นนักแสดงชายที่รับบทโตขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อีกมุมที่คนมักถามคือควรตามเขาผ่านช่องทางไหน ถ้าชอบงานแสดงให้ดูซีรีส์ตามลำดับเวลา แต่ถ้าชอบบุคลิกนอกจอ Instagram จะเห็นทั้งภาพงาน ภาพเบื้องหลัง และสไตล์การแต่งตัวที่แฟน ๆ เอาไปแชร์ต่อกันบ่อย
ช่วงนี้จึงเหมาะกับการเก็บงานเก่าและตามงานใหม่ไปพร้อมกัน เพราะจะเห็นน้ำหนักการแสดงและโทนเพลงที่เปลี่ยนไปชัดกว่าอ่านจากประวัติอย่างเดียว
ชื่อที่คนใช้ค้นร่วมกันยังมี Phuwin, phuwintang, Peach and Me, Never Let Me Go, We Are และ GMMTV ซึ่งช่วยให้คนที่เริ่มตามจากงานใหม่ไล่กลับไปดูผลงานเก่าได้ง่ายขึ้น
เริ่มตามผลงานจากเรื่องไหนดี
ถ้าจะเริ่มตามภูวินทร์ตอนนี้ ดู Peach and Me เพื่อเกาะงานปัจจุบันได้เลย จากนั้นค่อยย้อนดู Fish Upon the Sky และ Never Let Me Go เพื่อเห็นช่วงที่เขาโตขึ้นในงานแสดง ส่วนใครที่สนใจฝั่งเพลง ลองฟังเพลงเดี่ยวและเพลงประกอบซีรีส์ของเขาไปพร้อมกัน จะเห็นว่าเขาเป็นนักแสดงชายที่มีพื้นที่หลายด้าน โดยไม่ต้องพยายามทำให้ทุกอย่างดูเกินจริง











